Tuesday, October 21, 2008

โครงการ"หนูน้อยรักการอ่าน"

ชื่อโครงการ "หนูน้อยรักการอ่าน"

1. หลักการและเหตุผล
นิทานเป็นกิจกรรมจำเป็นสำหรับเด็กที่ง่ายและเหมาะกับทุกโอกาส และทุกสถานการณ์ เด็กสามารถเรียนรู้ได้ทุกเรื่องจากนิทาน เหตุผลของการฟังนิทานคือทำให้เด็กมีความสนุกสนาน เพลิดเพลิน และนิทานยังช่วยให้เด็กได้พัฒนาทักษะการฟัง การพูด การกล้าแสดงออก และนิทานจะสร้างสรรค์นิสัยรักการอ่าน การเห็นความสำคัญของหนังสือไปพร้อมกัน การเล่านิทานให้เด็กฟังเสมอ ๆ เป็นการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดพัฒนาการที่ดีตามวัยของเด็ก ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม สติปัญญาและภาษา โดยเฉพาะพัฒนาการด้านสังคม ในเรื่องของความมีคุณธรรม จริยธรรม ซึ่งสามารถปลูกฝังผ่านการเล่านิทานจนเกิดความผูกพัน และมีเจตคติที่ดีในด้านต่าง ๆ ติดตัวไปจนโต การเล่านิทานเป็นการสร้างสัมพันธ์ความใกล้ชิดผูกพันระหว่างผู้เล่ากับเด็กทำให้ผู้เล่าเข้าใจความรู้สึกนึกคิดของเด็ก ขณะที่เล่าเด็กจะคิดจินตนาการ เข้าใจซึมซับ รับรู้แยกแยะในสิ่งต่าง ๆ ด้วยตัวเอง ดังนั้นจึงได้มีการจัดทำโครงการหนูน้อยรักการอ่านขึ้น เพื่อสร้างพัฒนาการของเด็กปฐมวัยดังกล่าว

2. วัตถุประสงค์
1. นักเรียนสามารถพัฒนาการทางด้านทักษะการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน
2. นักเรียนสามารถเกิดนิสัยรักการอ่าน
3. นักเรียนสามารถพูดคุยเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นขณะอ่านหนังสือนิทาน
4. นักเรียนสามารถเรียนรู้การรอคอยหนังสือนิทาน การรอคอยการเข้าห้องสายสัมพันธ์และการรอคอยการเข้ามุมหนังสือ
5. นักเรียนสามารถพัฒนาการทางด้านความมีวินัยการเก็บหนังสือนิทานเข้าที่หลังเลิกอ่าน
6. นักเรียนสามารถอ่านหนังสือร่วมกับผู้ปกครอง

3. ผลผลิตที่ได้รับจากโครงการ/กิจกรรม
ตัวชี้วัดเชิงปริมาณ : เด็กอนุบาลอายุ 3 – 5 ปี และผู้ปกครอง
ตัวชี้วัดเชิงคุณภาพ : พัฒนาการด้านอารมณ์ ด้านสังคม และ ด้านสติปัญญา
ตัวชี้วัดเชิงเวลา : วันจันทร์ – วันศุกร์

ตั้งแต่เวลา 15.00 – 16.00 น.
ตัวชี้วัดเชิงต้นทุน :
1. หนังสือนิทาน มี 8 ประเภท คือ
1.1 เทพนิทานหรือเทพนิยาย
1.2 นิทานประจำถิ่นหรือนิทานพื้นบ้าน
1.3 นิทานคติสอนใจ
1.4 นิทานวีรบุรุษ
1.5 นิทานอธิบายเหตุ
1.6 เทพปกรณัม
1.7 นิทานที่มีสัตว์เป็นตัวเอก
1.8 นิทานตลกขบขัน

2. บันทึกการอ่านของหนู
3. สมุดลงชื่อการเข้ามุมหนังสือ
4. สมุดยืม - คืนหนังสือ

4. ตัวชี้วัดระดับความสำเร็จ

1. สมุดลงชื่อการเข้ามุมหนังสือ
2. สมุดยืม – คืนหนังสือ
3. จัดทำบันทึกการอ่านทุกครั้ง และระบุความพึงพอใจลงในบันทึกการอ่านของหนู

5. เป้าหมาย
1. ระดับอนุบาลไม่น้อยกว่า 100 คน ผู้ปกครองไม่น้อยกว่า 100 คน
2. ด้านอารมณ์ เด็กได้ความสนุกสนานเพลิดเพลินขณะอ่านหนังสือนิทาน

3. ด้านสังคม เด็กได้พูดคุยเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การรอคอยหนังสือนิทาน การช่วยเหลือแบ่งปัน

4. ด้านสติปัญญา เด็กได้พัฒนาการทางด้านทักษะการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียนการบันทึกการอ่าน

5. ผู้เข้าร่วมกิจกรรมใช้เวลาในการทำกิจกรรมครั้งละไม่น้อยกว่า 30 นาที
6. ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเข้าร่วมกิจกรรมไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 % ของจำนวนทั้งหมด
7.
เด็กและผู้ปกครองให้ความสนใจเข้ามาอ่านหนังสือนิทานและชักชวนผู้ปกครองท่านอื่นที่สนใจให้เข้ามาในห้องสายสัมพันธ์

6. สรุปงบประมาณจำแนกตามหมวดเงิน
1. ตู้หรือชั้นวางของ 2 หลัง
2. โต๊ะสำหรับอ่านหนังสือ 2 ตัว
3. สมุดลงชื่อการเข้ามุม 1 เล่ม

4. เก้าอี้ 3 ตัว
5. โรงละคร 1 หลัง
6. เสื่อ 2 ผืน
7. หมอน 4 ใบ
8. วิทยุ 1 เครื่อง
9. ซีดีนิทานประเภทต่าง ๆ

7. ผลที่คาดว่าจะได้รับ
1. นักเรียนสามารถพัฒนาการทางด้านทักษะการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน
2. นักเรียนสามารถเกิดนิสัยรักการอ่าน
3. นักเรียนสามารถพูดคุยเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นขณะอ่านหนังสือนิทาน
4. นักเรียนสามารถเรียนรู้การรอคอยหนังสือนิทาน การรอคอยการเข้าห้องสายสัมพันธ์และการรอคอยการเข้ามุมหนังสือ
5. นักเรียนสามารถพัฒนาการทางด้านความมีวินัยการเก็บหนังสือนิทานเข้าที่หลังเลิกอ่าน
6. นักเรียนสามารถอ่านหนังสือร่วมกับผู้ปกครอง

8. ผลการดำเนินการ
ผลผลิต
1. เด็กและผู้ปกครองให้ความสนใจและเข้ามาทำกิจกรรมในห้องสายสัมพันธ์ไม่น้อยกว่าร้อยละ 65%
2 . เด็กมีนิสัยรักการอ่าน
ผลลัพธ์
1. ด้านร่างกาย เด็กได้พัฒนาการทางด้านทักษะการฟัง การพูด การอ่านและการเขียน
2. ด้านอารมณ์ เด็กได้ความสนุกสนานเพลิดเพลิน
3. ด้านสังคม เด็กได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อน

9. ผลกระทบ
1. ผู้ปกครองสนใจโครงการจำเป็นต้องจัดโครงการอีกครั้ง
2. ผู้ปกครองประชาสัมพันธ์กับบุคคลภายนอกมีผู้บริจาคหนังสือไม่มีที่เก็บหนังสือ
3. จำนวนผู้ปกครองมากเกินไป

10. เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล
1. สังเกตพฤติกรรม
2. สมุดบันทึกการอ่านของหนู
3. สมุดลงชื่อการเข้ามุมหนังสือ
4. สมุดยืม - คืนหนังสือ

No comments: